วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558


บอระเพ็ดแช่อิ่ม



   ตอนนี้แคร์ยังไม่ไปไหนนะคะ แคร์ยังอยู่ที่ศูนย์การเรียนมหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสงครามอยู่เลยค่ะ
เห็นรูปแล้วอย่าตกใจไป นี่ไม่ใช่หนังคางคกนะคะ นี่คือ “บอระพ็ดแช่อิ่ม” ของกลุ่มสตรีเกษตรพัฒนา
 ตำบลบางพรม กลุ่มนี้เขาจะมีความเชียวชาญด้านการแปรรูปผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้แช่อิ่ม 
กลุ่มนี้ทำผลไม้แช่อิ่มหลายชนิดเลยค่ะ พริกเขียวแช่อิ่ม ลูกตำลึงแช่อิ่ม มะระจีนแช่อิ่ม
 มะระขี้นกแช่อิ่มมะละกอแช่อิ่ม ส้มโอแช่อิ่ม  บอระเพ็ดแช่อิ่ม แม้แต่มะนาวก็ยังเอามาทำแช่อิ่มเลยค่ะ


               คุณป้าลัดดาเขามาอธิบายวิธีการทำบอระพ็ดแช่อิ่มให้ฟัง ส่วนประกอบมีเพียง 5 ได้แก่ 

บอระพ็ด 1 ส่วน, น้ำตาล 3 ส่วน, เกลือ, น้ำ และน้ำปูนใส การทำบอระพ็ดแช่อิ่ม ไม่ยากเลยค่ะแต่
อาจจะหลายขั้นตอนนิดหนึ่งนะคะ เริ่มจากการลอกเปลือกบอระพ็ด


นำบอระพ็ดที่ได้ไปแช่น้ำเกลือ เป็นเวลา 15 วัน ในระยะเวลา 15 วันนี้ ต้องเปลี่ยนน้ำเกลือทุกวันนะคะ
 จากนั้นนำบอระเพ็ดที่แช่น้ำเกลือครบ 15 วันแล้วมาลอกเอาแกนกลางออก
 นำบอระเพ็ดที่ได้ไปแช่น้ำปูน 1 คืน เมื่อครบแล้ว ให้ล้างด้วยสะอาด นำบอระเพ็ดที่ไปลวกในน้ำเดือดๆ 5 นาที
 ครบ 5 นาทีแล้ว ให้รีบช้อนใส่น้ำเย็นทันที จากนั้นแช่บอระพ็ดในน้ำเชื่อม โดยอัตราส่วนที่ใช้
 ในการทำน้ำเชื่อมประกอบด้วย น้ำตาล 1 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน ในขั้นตอนการแช่นั้น จะต้องนำน้ำเชื่อมมาอุ่นใหม่ทุกวัน
 โดยวิธีการอุ่นน้ำเชื่อมนั้น ต้องช้อนบอระพ็ดออกมาพักไว้ก่อน แล้วน้ำน้ำเชื่อมนั้นไปตั้งไฟ 
เติมน้ำตาลใส่ในน้ำเชื่อมวันละ 2 ขีด จนกว่าน้ำตาลจะหมด แค่นี้ก็ได้บอระเพ็ดแช่อิ่มแล้ว
 เคล็ดลับของการแช่อิ่มของคุณป้าลัดดาบอกสั้นๆว่า "การแช่อิ่ม เย็นกับเย็นต้องเจอกัน"
 หมายความว่า น้ำเชื่อมที่เราจะนำมาแช่บอระเพ็ดนั้น ต้องพักไว้ให้เย็นเสียก่อน 
เมื่อเย็นแล้วจึงค่อยนำบอระเพ็ดไปแช่ค่ะ  










มาทำความรู้จักกับบอระเพ็ด

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Tinospora crispa  (L.) Miers ex Hook.f.& Thomson
วงศ์ :   Menispermaceae
ชื่ออื่น :  ตัวเจตมูลยาน เถาหัวด้วน (สระบุรี) หางหนู (สระบุรี,อุบลราชธานี) จุ่งจิง เครือเขาฮอ (ภาคเหนือ) เจตมูลหนาม (หนองคาย)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  ไม้เถาเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น เถากลมมีขนาดใหญ่เป็นปุ่มปม สีเทาอมดำ มีรสขม เปลือกลอกออกได้ ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบยาว 8-10 ซม. ดอก ออกตามซอกใบ ดอกแยกเพศอยู่คนละช่อ ดอกสีเขียวอมเหลือง มีขนาดเล็กมาก ผล รูปทรงค่อนข้างกลม สีเหลืองหรือสีแดง 
ส่วนที่ใช้ : 
ราก ต้น ใบ ดอก ผล ส่วนทั้ง 5  เถาสด


สรรพคุณ : 
  • ราก- แก้ไข้เหนือ ไข้สันนิบาต แก้ไข้พิษ ไข้จับสั่น
    - ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้
    - เจริญอาหาร
  • ต้น
    - แก้ไข้ แก้ไข้พิษ แก้ไข้กาฬ แก้ไข้เหนือ
    - บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ
    - แก้อาการแทรกซ้อน ขณะที่เป็นไข้ทรพิษ
    - แก้ไข้เพื่อโลหิต แก้เลือดพิการ
    - แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้สะอึก แก้พิษฝีดาษ
    - เป็นยาขมเจริญอาหาร
    - เป็นยาอายุวัฒนะ
  • ใบ
    - แก้ไข้ แก้ไข้พิษ แก้ไข้กาฬ แก้ไข้จับสั่น
    - ขับพยาธิ แก้ปวดฝี
    - บำรุงธาตุ
    - ยาลดความร้อน
    - ทำให้ผิวพรรณผ่องใส หน้าตาสดชื่น
    - รักษาโรคผิวหนัง ผดผื่นคันตามร่างกาย
    - ช่วยให้เสียงไพเราะ
    - แก้โลหิตคั่งในสมอง
    - เป็นยาอายุวัฒนะ

  • ดอก
    - ฆ่าพยาธิในท้อง ในฟัน ในหู


  • ผล
    - แก้เสมหะเป็นพิษ แก้ไข้พิษ
    - แก้สะอึก และสมุฎฐานกำเริบ


ส่วนทั้ง 5
บำบัดรักษาโรค ดังนี้


  •  เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ปวดเมื่อย แก้ไข้ปวดศีรษะ รักษาฟัน รักษาโรคริดสีดวงทวาร ช่วยให้เจริญอาหาร แก้ฝีมดลูกแก้ร้อนใน รักษาโรคเบาหวาน ลดความร้อน แก้ดีพิการ แก้เสมหะ เลือดลม แก้ไข้จับสั่น
วิธีการและปริมาณที่ใช้ :
          ใช้เป็นยารักษาอาการดังนี้
  • อาการไข้ ลดความร้อน
    - ใช้เถาแก่สด  หรือต้นสด ครั้งละ 2 คืบครึ่ง (30-40 กรัม) ตำคั้นเอาน้ำดื่ม หรือต้มกับน้ำโดยใช้ น้ำ 3 ส่วน ต้มเคี่ยวให้เหลือ 1 ส่วน ดื่มวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า-เย็น หรือเวลามีอาการ



    - หรือใช้เถาสด ดองเหล้า ความแรง 1 ใน 10 รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ของยาที่เตรียมแล้ว
  • เป็นยาขมช่วยเจริญอาหาร เมื่อมีอาการเบื่ออาหาร
    โดยใช่ขนาดและวิธีการเช่นเดียวกับใช้แก้ไข้
สารเคมี : ประกอบด้วยแคลคาลอยด์หลายชนิด  เช่น Picroretine, berberine นอกจากนี้ยังประกอบด้วย  colonbin, tintotuberide, N - trans - feruloyltyramine, N - cisferuloytyramine, phytosterol, methylpentose







ขอบคุณข้อมูล